เมษายน 23, 2014, 11:55:06 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รู้จักกับระบบโฮมเธียเตอร์  (อ่าน 2259 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

สุวิทย์@ms-kit
นกจะบินได้สูงแค่ไหน ไม่สำคัญ ถ้ามันบินด้วยปีกของตัวเอง
Global Moderator
สมาชิกระดับ 5
****

 ขอบคุณ
ให้: 593 : รับ: 652


ได้รับการขอบคุณ: 44
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1360 Level 29 : Exp 97%
HP: 20.9%

มนุษย์ลิขิตชะตากรรมตัวเอง


เว็บไซต์
« เมื่อ: เมษายน 05, 2012, 05:08:51 PM »
แบ่งปัน

   
   
   เชื่อว่าสถานที่ ที่มนุษย์ใช้เวลาส่วนใหญ่เป็นที่พักพิง จากพื้นฐานที่ให้ทั้งความอุ่นใจ และความปลอดภัยทางกาย
   คงไม่มีที่ใดดีไปกว่า “บ้าน” และด้วยความพร้อมของสถานที่ หากจะมีกิจกรรมที่เชื่อมโยงคนในบ้าน ให้มีปฏิ
   สัมพันธ์กันอย่างพร้อมหน้า ย่อมจะสร้างความอบอุ่นแน่นแฟ้น พร้อม ๆ กับการทำหน้าที่ช่วยผ่อนคลายความเคร่ง
   เครียดจากงานที่ทำมาตลอดวัน... หาก อาศัยความบันเทิงที่สามารถรับชมได้จากที่บ้าน โดยอุปกรณ์ที่เรียกว่า
   โฮมเธียเตอร์ ความต้องการข้างต้น คงมิใช่ความฝัน
   
   วัตถุประสงค์บทความนี้ เป็นหนึ่งใน "ชุดข้อมูลความรู้โฮมเธียเตอร์เบื้องต้น" สำหรับทุกท่านที่สนใจ หรือผู้ที่
   เพิ่งเริ่มสนใจ แต่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ให้มีแนวทางประกอบการตัดสินใจในการเลือกโฮมเธียเตอร์สักชุดหนึ่ง
   
   
   
   
    "โฮมเธียเตอร์ คือ อะไร ?"
    
   โฮมเธียเตอร์ คือ หนึ่งใน "ระบบ" ที่ใช้สร้างความบันเทิงในบ้านพักอาศัย โดยเน้นนำเสนอความบันเทิงดังกล่าว ใน
   รูปแบบของ ภาพ และ เสียง
คำว่าระบบ (System) ให้นัยของการ "ผสานรวม" การทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้า
   ด้วยกัน จึงจะสามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ตามประสงค์
   
   พื้นฐาน "ระบบ" ดังกล่าวประกอบไปด้วย แหล่ง โปรแกรมทาง ภาพ และ/หรือ เสียง ที่ผ่านการแปรรูปให้
   สามารถนำมารับชมผ่านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์โฮมเธียเตอร์ เพื่อสร้างความบันเทิงในบ้าน
 
   
   แหล่งโปรแกรมทางภาพ และเสียง ที่คุ้นเคยกันดี ยกตัวอย่าง
เช่น รายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ เกม เพลง วิทยุ ภาพ
   ถ่าย ฯลฯ โดยทั้งหมดได้รับการแปรสภาพให้อยู่ในรูปแบบ (Format) ที่สามารถรับชมในบ้านพักอาศัย โดยบันทึก
   ในรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โดยอาศัยหลักการทางดิจิทัล และ/หรือ อะนาล็อก) เพื่อความยืดหยุ่นในการรับ
   ชม แต่หลักการนี้ จำเป็นต้องพึ่งอุปกรณ์ในการแปลงข้อมูลกลับมาเป็นภาพ และเสียง เช่นเดียวกับสื่อต้นทาง
   
   
   หมายเหตุ: กระบวนการแปลงข้อมูลทางไฟฟ้า ให้กลับมาเป็น ภาพ และ เสียง ที่มนุษย์สามารถรับรู้ และเข้าใจได้
   เรียกได้ว่าเป็นขั้นตอน "เล่นกลับ" (Playback)

   
   
       
       
   
       "อุปกรณ์โฮมเธียเตอร์ ประกอบด้วยอะไรบ้าง ?"
      
   
   จากหลักการข้างต้น จึงเท่ากับว่า อุปกรณ์โฮมเธียเตอร์ ก็คือ อุปกรณ์เล่นกลับ (Playback Devices) สำหรับ
   ระบบภาพ และเสียง ในบ้านพักอาศัย
อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถแยกย่อยออกเป็นหมวดหมู่ได้ 3 กลุ่ม ใหญ่ ๆ คือ 1)
   อุปกรณ์ต้นทาง (Sources) หรือแหล่งโปรแกรม อย่างเช่น อุปกรณ์จำพวกเพลเยอร์ต่าง ๆ  2) อุปกรณ์นำเสนอ
   ทางด้านภาพ (Video) จากจอภาพลักษณะต่าง ๆ และ 3) อุปกรณ์นำเสนอทางด้านเสียง (Audio) หรือก็คือ ซิ
   สเต็มเครื่องเสียง และลำโพงโฮมเธียเตอร์นั่นเอง
    
   หมายเหตุ: การนำเสนอความบันเทิงในปัจจุบัน มิได้จำกัดแค่ ภาพ และ เสียง เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มมีการพัฒนา
   ให้ความสนใจกับการรับรู้ทาง "กลิ่น" และ "สัมผัส" ด้วยเช่นเดียวกัน ดังจะพบได้จากโรงภาพยนตร์แบบ 4D แต่
   ระบบดังกล่าว คงยังมิใช่มาตรฐานที่จะใช้งานในบ้านพักอาศัยในเร็ววันนี้
   
   
    "อุปกรณ์ต้นทาง (Sources) คืออะไร ?" 
   
   
   ต้นทางของความบันเทิง ก็คือ "แหล่งโปรแกรม" โดยเน้นที่คอนเทนต์ หรือสื่อบันเทิงสำหรับใช้งาน รับชมหรือฟัง
   ในบ้านพักอาศัยเป็นหลัก อาจประกอบไปด้วยภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งหมดก็ได้
   และอาจรวมไปถึงส่วนเสริมปลีกย่อยอื่น ๆ เช่น ระบบโต้ตอบกับผู้ใช้ (Interactive) ฯลฯ เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสกับ
   ความบันเทิงนั้นได้เต็มอรรถรสยิ่งขึ้น
แต่การที่ผู้ใช้จะสัมผัสกับความบันเทิงในรูปแบบเหล่านี้ ที่อยู่ในรูปแบบของ
   สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (อาจเป็นแผ่นดิสก์ ไฟล์ การออกอากาศ (Broadcast) ส่งข้อมูลมาตามสาย หรือออนไลน์ทาง
   อินเทอร์เน็ต ฯลฯ) จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ ที่ตรงกับฟอร์แม็ตของสื่อนั้น ๆ ในการ "เล่นกลับ" !
    
   อุปกรณ์ข้างต้น ยกตัวอย่างเช่น ทีวีจูนเนอร์ (ใช้รับชมรายการฟรีทีวี) กล่องรับสัญญาณดาวเทียม-เคเบิลทีวี
   บลูเรย์-ดีวีดีเพลเยอร์ คอมพิวเตอร์ (สำหรับเล่นเกม และมัลติมีเดียไฟล์) เกมคอนโซล กล้องบันทึกภาพนิ่ง-วิดีโอ
   โมบายมัลติมีเดีย (สมาร์ทโฟน และเครื่องเล่นเพลง-วิดีโอ หรือเกม แบบพกพา) ฯลฯ จะเห็นว่ามีจำนวนมากมาย
   หลากหลาย และชนิดของฟอร์แม็ตก็ไม่หยุดนิ่ง คือ มีการเพิ่มเข้ามาเรื่อย ๆ ตามแต่จะมีการคิดค้นสร้างสรรค์ขึ้นมา
   
    
   
    "แล้วจะเลือกอุปกรณ์ต้นทางใด มาใช้งานในระบบโฮมเธียเตอร์ดี ?" 
    
   ในเมื่อมีอุปกรณ์ต้นทางที่หลากหลาย แล้วผู้บริโภคจะเลือกอย่างไร ? คำตอบนั้นอยู่ที่ว่าท่านจะเลือก "แหล่ง
   โปรแกรม" ใด มาสร้างความบันเทิงในบ้าน เมื่อเลือกแหล่งโปรแกรมได้แล้ว อุปกรณ์เล่นกลับในระบบโฮมเธียเตอร์
   จะถูกกำหนดไปโดยปริยาย อย่างไรก็ดี คำตอบของคำถามว่าแหล่งโปรแกรมใด เหมาะใช้งานกับระบบ
   โฮมเธียเตอร์มากที่สุด คงไม่อาจฟันธงได้ เพราะเป็นเรื่องของความเหมาะสมของสถานการณ์ วิจารณญาณ ไปจน
   ถึง ไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลว่า จะเลือกเสพสื่ออย่างไร... ซึ่งในประเด็นนี้ ไม่มีสูตรสำเร็จ ใครชอบอะไร แบบ
   ไหน ก็จัดไปครับ กระนั้นผมได้รวบรวมข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ เพื่อใช้อ้างอิงประกอบการตัดสินใจเลือกแหล่ง
   โปรแกรมเข้ามาใช้งานในระบบโฮ มเธียเตอร์ โดยใช้เกณฑ์ทางด้าน คุณภาพของ "ภาพ" และ "เสียง" ซึ่งเป็น
   ข้อมูลที่สามารถใช้ประเมินความพึงพอใจใน "คุณภาพ" ที่จะได้รับเมื่อรับชมผ่านระบบโฮมเธียเตอร์ในเบื้องต้นได้
   แต่อย่างทีเรียนไปว่า นี่มิใช่ข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่จำเป็นที่สุด เรื่องของรสนิยม ความชอบ เป็นสิ่งที่ประเมิน
   ได้ยาก
    
    






        หมายเหตุ:
    
    - * อ้างอิงจากมาตรฐานคอนเทนต์ที่แพร่หลายในปัจจุบัน (2011~2012)
   - ** มาตรฐานที่ใช้อ้างอิงคุณภาพของภาพ
        ต่ำ = มาตรฐานความละเอียดต่ำกว่า Standard Definition (240i/p, 360i/p)
        ปานกลาง = มาตรฐานเทียบเท่า Standard Definition (480i/p, 576i/p)
        สูง = HD Standard (720p – 1080i)
        สูงสุด = Full HD Standard (1080p)
        สำหรับ 4K ยังไม่ถือเป็นมาตรฐานสำหรับตลาดคอนซูเมอร์ (ทั้ง HW และ SW) ในปัจจุบัน
        จึงไม่นำมาพิจารณาเวลานี้
   - ** มาตรฐานที่ใช้อ้างอิงคุณภาพเสียง
        ต่ำ = Low quality lossy formats (low bitrate compressed formats)
        ปานกลาง = High quality lossy formats (compressed formats up to 16-bit/48kHz)
        สูง = 2-ch Lossless Format (PCM) หรือ Surround Lossy (Dolby/DTS up to 16-bit/48kHz)
        สูงสุด = Lossless Format (2-ch & multi-ch) รวมถึงระบบเสียง HD Surround (DD TrueHD/DTS-HD
        MA up to 24-bit/192kHz)
   - *** Mediaplayer ในที่นี้ หมายถึง อุปกรณ์ดิจิทัลมัลติมีเดียยุคใหม่ เช่น Smart Phone, iDevices, HD
          Player, etc.


    "อุปกรณ์ทางด้านภาพ (Video) สำหรับระบบโฮมเธียเตอร์ คืออะไร ?"

การมองเห็น เป็นประสาทสัมผัสหลักที่มนุษย์ใช้ในการรับรู้ ดังนั้นในการสร้างความบันเทิง “ภาพ” จึงเป็นสื่อสำคัญ
ในการส่งผ่านความบันเทิงนั้น ตรงเข้าไปยังประสาทการมองเห็น อันเป็นจุดที่กระตุ้นเตือนการรับรู้ได้ง่ายที่สุด และ
อุปกรณ์ที่รับหน้าที่ ในการนำเสนอภาพ ก็คือ “จอภาพ” (Display)

จอภาพ ในระบบโฮมเธียเตอร์ จึงเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงสัญญาณภาพที่ บันทึกอยู่ในรูปแบบของสื่อ
สัญญาณไฟฟ้า ให้กลับไปเป็นภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว อันเป็นรูปแบบที่มนุษย์สามารถรับรู้ และเข้าใจได้


   
   
   
   
    
    "ชนิดของจอภาพ (Display) ที่ใช้ในระบบโฮมเธียเตอร์มีอะไรบ้าง ?"

ชนิดของจอภาพที่นิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ที่ทุกท่านคงจะคุ้นเคยกันดี ชนิดแรก คือ “โทรทัศน์”
หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ทีวี” ถึงแม้รูปลักษณ์ภายนอกของทีวีในปัจจุบันอาจดูคล้ายคลึงกัน คือ เป็นลักษณะแผ่น
บาง หรือที่เรียกว่า "Flat Panel" แต่ทีวีในปัจจุบันก็มีพื้นฐานการ “สร้างภาพ” ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละชนิดของ
เทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น OLED, LED/LCD, Plasma (Flat Panel TV) แต่หากย้อนกลับไปในยุคก่อนหน้า CRT
TV หรือทีวีหลอดภาพ ที่ไม่ใช่ลักษณะของ Flat Panel แต่ก็ทำหน้าที่จอภาพได้ดี ปัจจุบันยังคงมีการใช้งานกัน
บ้างประปราย ทั้งนี้เทคโนโลยีแต่ละรูปแบบที่กล่าวมาข้างต้น จะมีจุดเด่น จุดด้อย แตกต่างกันเล็กน้อย แต่ทั้งหมด
มีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ “แสดงภาพ” จากแหล่งโปรแกรมวิดีโอต่าง ๆ ผมคงจะไม่ลงดีเทลในบทความนี้ ท่าน
สามารถศึกษาความแตกต่างของ "เทคโนโลยีทีวี" แต่ละชนิดในเบื้องต้น ได้ที่นี่  ซึ่งเป็นบทความที่ทางทีมงาน
LCDTVTHAILAND ได้รวบรวมไว้ครับ

จอภาพ ชนิดที่สอง ที่นิยมใช้งานอย่างแพร่หลายไม่แพ้ทีวี คือ "โฮมเธียเตอร์โปรเจ็กเตอร์" หรือที่เรียกกันอีก
อย่างว่า เครื่องฉาย ทั้งนี้ด้วยลักษณะการฉายภาพลงบนจอฉายขนาดใหญ่ ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่ใช้ในการ
รับชมนั้น มีความคล้ายคลึงกับโรงภาพยนตร์ จึงเป็นรูปแบบของระบบภาพโฮมเธียเตอร์ในฝันของใครหลาย ๆ คน
แต่ในการใช้งานเครื่องฉาย จำเป็นที่ต้องให้ความสำคัญกับ จอฉาย (Screen) และควบคุมสภาพแวดล้อม (แสง
สว่างในห้อง) ให้เหมาะสม จึงจะแสดงประสิทธิภาพออกมาได้ดีที่สุด


    "แล้วควรจะเลือก จอภาพ ชนิดใด มาใช้งานกับระบบโฮมเธียเตอร์ดี ?"
   
   จอภาพทั้ง 2 ชนิดข้างต้น มีจุดเด่น-จุดด้อยทางคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

    
    


    
   หมายเหตุ:
   
* Native Resolution อ้างอิงเฉพาะกับมาตรฐาน Flat Panel TV และ Projector ที่ใช้งานแพร่หลายในระบบ
   โฮมเธียเตอร์ปัจจุบัน (มิได้นับรวมถึงมาตรฐานที่ใช้งานกับระบบคอมพิวเตอร์)
   
** ขนาดของภาพฉาย ขึ้นอยู่กับตัวแปร อย่างศักยภาพของเครื่องฉาย เช่น Native Resolution, Throw
   Distance ไปจนถึงตัวแปรอย่างระยะฉาย (ระยะห่างของเครื่องฉาย กับจอ) สภาพแวดล้อม ฯลฯ
   
   

   
   
   
   
   จากข้อมูลข้างต้น หากจะกล่าวโดยสรุป ทีวี เหมาะกับทุกสภาพแวดล้อมในพื้นที่บ้านพักอาศัย จะตั้งไว้ในห้องนอน
   ห้องนั่งเล่น รับแขก หรือแม้แต่ห้องน้ำก็ไม่เกี่ยง อีกทั้งการติดตั้งใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก หาที่ตั้งเหมาะ ๆ เชื่อมต่อสาย
   สัญญาณก็รับชมได้เลย มีลำโพงในตัว แม้คุณภาพเสียงจะไม่ถึงกับนำมาใช้ได้จริงจังนัก แต่ก็ไม่ขี้เหร่ หากจะนำมา
   ดู (ฟัง) ข่าว ชมละคร หรือภาพยนตร์แบบลำลองง่าย ๆ ก็นับว่าตอบสนองการใช้งานได้ดี ลูกเล่นที่เพิ่มเติมเข้ามา
   เช่น ฟังก์ชั่น Smart TV ไปจนถึงรูปลักษณ์การออกแบบตัวทีวีเอง ให้ความรู้สึกดังเช่นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงาม สร้าง
   อรรถประโยชน์ให้ทีวีวันนี้มีความคุ้มค่าน่าลงทุนมากขึ้นไปอีก ข้อเสียที่ชัดเจน เพียงประการเดียว คือ เรื่องของ
   ขนาด ซึ่งผันแปรตามราคา (และน้ำหนัก) ในเกณฑ์ราคาที่รับได้ สำหรับใช้งานในระบบโฮมเธียเตอร์นั้น (กระเป๋าไม่
   ฉีก) ขนาดจอภาพจะอยู่ราว 40 ~ 60 นิ้ว ซึ่งขนาดอาจจะยังไม่สะใจนักสำหรับบางท่านที่ต้องการระบบ
   โฮมเธียเตอร์อลังการ แบบเดียวกับโรงภาพยนตร์ หากจะนำทีวีที่มีขนาดจอใหญ่กว่าตัวเลขข้างต้นมาใช้ ก็สามารถ
   ทำได้ แต่ต้องแลกกับเพดานราคาที่สูงขึ้นมาก
    
    
   
   
   
   โปรเจ็กเตอร์ จะเหมาะกับซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ที่ต้องการระบบฉายภาพ ความรู้สึกแบบเดียวกับโรงภาพยนตร์ ทั้ง
   รูปแบบความยิ่งใหญ่ และบรรยากาศแวดล้อม แต่หากต้องการประสิทธิภาพสูงสุดจากการฉายภาพรูปแบบนี้ ต้อง
   พิถีพิถันกันสักเล็กน้อย มิใช่เฉพาะแต่คุณภาพของเครื่องฉายเท่านั้นที่ต้องให้ความสำคัญ จอฉาย (Screen) ก็
   สำคัญมากเช่นเดียวกัน เพราะเป็นพื้นผิวที่แสงจากเครื่องฉายตกกระทบเพื่อสะท้อนภาพมายังตาของผู้ชม หากจอ
   ฉายไม่ได้คุณภาพ ภาพจากเครื่องฉายย่อมถูกบิดเบือนให้ผิดเพี้ยนไป ส่วนการติดตั้ง ต้องทำการวางแผนกำหนด
   ตำแหน่งที่แน่นอน สภาพแวดล้อมในการใช้งานต้องมีการควบคุมแสงสว่าง หากทำตามที่กล่าวมานี้ได้ รูปแบบการ
   รับชมระบบภาพโฮมเธียเตอร์ลักษณะนี้ จะตอบสนองการใช้งานได้อย่างน่าทึ่ง ! ถึงแม้จะมีค่าบำรุงรักษาที่ต้อง
   คำนึงถึงในภายหลังอย่าง อายุหลอด (Lamp Life) ของเครื่องฉาย ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 2,000 ~ 4,000 ชม.
   (ต้องเปลี่ยนเมื่อถึงกำหนด) แต่ก็คงมิใช่อุปสรรคสำหรับผู้ที่ต้องการ "ที่สุดของความอลังการ"
   
   
    หมายเหตุ: ปัจจุบันผู้ผลิตโปรเจ็กเตอร์เริ่มนำหลอดกำเนิดแสงแบบ LED มาใช้ ซึ่งมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น
   ถึงระดับ 10,000 ชม. ขึ้นไป แต่จำนวนรุ่นดังกล่าวยังมีจำกัด และที่สามารถให้ระดับความสว่างสูง เพื่อใช้งานกับ
   ระบบโฮมเธียเตอร์แบบจริงจัง จะมีราคาสูงตามไปด้วยเช่นกัน

   
   เกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาจอภาพ ยังมีรายละเอียดอีกมาก ในส่วนของรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ
   ประเด็นด้านการเลือกซื้อ และการใช้งาน สามารถติดตามได้จาก LCDTVTHAILAND
   
   
   
                           
            ข้อมูลที่ควรทราบ
            
            ปัจจุบันมาตรฐานความละเอียด (Resolution) สูงสุด สำหรับจอภาพ ไม่ว่าจะเป็นทีวี หรือ โปรเจ็กเตอร์ ในระบบ
            โฮมเธียเตอร์ คือ Full HD 1080p (1920 x 1080 pixels) ซึ่งตรงกับมาตรฐานแหล่งโปรแกรม (Contents) ที่ดี
            ที่สุดสำหรับระบบโฮมเธียเตอร์ (Consumer) ในปัจจุบัน คือ Blu-ray แต่ในอนาคตมาตรฐานความละเอียดสำหรับทีวี และโปรเจ็กเตอร์ จะพัฒนาไปสู่มาตรฐาน 4K (4096 x 2160 pixels) แต่กว่าจะเป็นมาตรฐานใช้งานอย่างแพร่หลาย คงต้องใช้เวลาอีกสักพักหนึ่ง เพื่อให้ตลาดโฮมเธียเตอร์ปรับตัวตามได้ทัน (กลไกราคา) รวมไปถึงการพัฒนา และจำนวนของคอนเทนต์ที่จะนำมารับชมร่วม (หมายถึง 4K แท้ ๆ ตั้งแต่อินพุตยันเอาต์พุต ไม่ใช่การรับชมคอนเทนต์มาตรฐานเดิม ๆ ที่ผ่านการอัพสเกล !)
            

หมายเหตุ: ในเชิงพาณิชย์ โรงภาพยนตร์บางแห่ง เริ่มนำโปรเจ็กเตอร์ 4K พร้อมคอนเทนต์มาให้บริการบ้างแล้ว

   
    "อุปกรณ์ทางด้านเสียง (Audio) สำหรับระบบโฮมเธียเตอร์ คืออะไร ?" 
   

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบโฮมเธียเตอร์ในลำดับสุดท้าย ที่ขาดไม่ได้ เพราะเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง
อรรถรสจากความบันเทิงโดยตรง คือ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเสียง... หากภาพ จะเป็นสื่อที่มนุษย์สามารถรับรู้
ได้ง่ายที่สุด เสียง ก็เป็นเครื่องมือสำคัญที่ประกอบการรับรู้ได้มากไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ดังจะเห็นได้จากความ
บันเทิงเกือบทุกชนิด ล้วนมีเสียงประกอบ เพื่อกระตุ้นความน่าสนใจแทบทั้งสิ้น

มาตรฐานระบบเสียง แม้ว่าจะเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์เล่นกลับ แต่แท้จริงแล้วถูกกำหนดโดยผู้ผลิตสื่อ ซึ่งระบบเสียง
ในปัจจุบันมีตั้งแต่การบันทึกเสียงเพียงแชนเนลเดียว (Mono), 2-แชนเนล (Stereo) ไปจนถึง มัลติแชนเนล หรือ
เสียงรอบทิศทาง (5.1 ~ 7.1* แชนเนล) ซึ่งในอุตสาหกรรมภาพยนตร์นั้น “เสียงรอบทิศทาง” (Surround Sound)
ถือเป็นรูปแบบระบบเสียงที่ผู้ผลิตให้การสนับสนุนจนกลายเป็นมาตรฐาน (ขาดไม่ได้) เพราะเป็นส่วนที่เพิ่มอรรถรส
ให้กับการรับชม และเมื่อมีการผันระบบความบันเทิงจากภาพยนตร์ที่ฉายในโรง ฯ ไปสู่การรับชมในบ้านพักอาศัย
ระบบเสียงรอบทิศทางจึงได้รับการถ่ายโอนให้เป็นมาตรฐานสำหรับระบบโฮ มเธียเตอร์เช่นเดียวกัน ทั้งนี้
มาตรฐานระบบเสียงรอบทิศทางสำหรับระบบโฮมเธียเตอร์ ถูกกำหนดโดย 2 ค่ายยักษ์ใหญ่ คือ Dolby Digital
และ DTS ระบบเสียงที่ดีที่สุดสำหรับภาพยนตร์ระบบโฮมเธียเตอร์ในปัจจุบัน คือ Dolby TrueHD และ DTS-HD
Master Audio
ซึ่งพบได้เฉพาะกับสื่อบลูเรย์
    
* หมายเหตุ: จำนวนแชนเนลที่อ้างอิงกำกับมาตรฐานระบบเสียงนั้น หมายถึง จำนวนช่องเสียง ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับ
จำนวนลำโพงหลักที่ใช้ในการสร้างสนามเสียงรอบทิศทาง ส่วนตัวเลข .1 คือ ช่องเสียงเอฟเฟ็กต์ความถี่ต่ำลึก ซึ่ง
ต้องใช้ลำโพงที่ทำงานเฉพาะย่านความถี่ต่ำ คือ ซับวูฟเฟอร์

   
    
   
   
    "อุปกรณ์ทางด้านเสียง (Audio) สำหรับระบบโฮมเธียเตอร์
    ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ใดบ้าง ?"
   
   หน้าที่ของอุปกรณ์ทางด้านระบบเสียงโฮมเธียเตอร์ คือ ถ่ายทอดเสียงของแหล่งโปรแกรมตามที่บันทึกมา ซึ่ง
   แหล่งโปรแกรมในที่นี้ก็คือ สื่อบันเทิง ที่รับชมในบ้านพักอาศัยนั่นเอง อุปกรณ์ระบบเสียงโดยพื้นฐาน ประกอบไป
   ด้วย ภาคขยาย (Amplifier) และลำโพง (Speakers) ภาคขยาย เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีหน้าที่รับ
   สัญญาณเสียงจากแหล่งโปรแกรม (ที่บันทึกอยู่ในรูปของสัญญาณไฟฟ้า) แล้วทำการขยายสัญญาณนั้นส่งผ่านไป
   ยัง ลำโพง ดังนั้นในเวลาเดียวกัน เราจึงสามารถควบคุมระดับเสียง (ให้ดังหรือค่อย) ผ่านอุปกรณ์ภาคขยายนี้
   ได้ ส่วนลำโพง ทำหน้าที่แปลงสัญญาณเสียง  (ที่อยู่ในรูปของสัญญาณไฟฟ้า และได้รับการขยายสัญญาณจาก
   ภาคขยายมาแล้วนั้น) ให้เป็น "เสียง" ที่เรา ๆ ท่าน ๆ สามารถรับรู้และเข้าใจได้อีกครั้ง
   
   หมายเหตุ: โทรทัศน์ หรือทีวี ที่วางขายอยู่ทุกวันนี้ มาพร้อมกับระบบเสียงในตัว กล่าวคือ มีการติดตั้งภาคขยาย
   และลำโพงเอาไว้ด้วย ถามว่า ลำพังทีวีเพียงอย่างเดียว สามารถตอบสนองการรับชมแหล่งโปรแกรมโฮมเธียเตอร์
   ในเบื้องต้นได้ไหม ? ก็ขอตอบว่าได้ครับ ตอบสนองการใช้งานได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว แต่คงให้ได้ไม่เต็มที่นัก
   จากข้อจำกัดหลาย ๆ ประการ โดยเฉพาะการตอบสนองด้านระบบเสียงรอบทิศทาง และย่านความถี่ต่ำ จึงมีความ
   จำเป็นต้องจัดหาเครื่องเสียง และชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์มาโดยเฉพาะเพื่อการณ์นี้

    
   
   
   ระบบเสียงของแหล่งโปรแกรมความบันเทิงในระบบโฮมเธียเตอร์ อาจมีตั้งแต่ 2 แชนเนล ไปจนถึงเซอร์ราวด์
   มัลติแชนเนล ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับมาตรฐานแหล่งโปรแกรมที่ต้องการรับชมนั้นคืออะไร ? มีการบันทึกเสียงแบบใด ? 
   ในเบื้องต้นสามารถอ้างอิงเปรียบเทียบจากตารางรูปแบบแหล่งโปรแกรมในระบบโฮ มเธียเตอร์ใน หน้าแรก ได้
   
   
    
   
   
   
   เปรียบเทียบมาตรฐานตำแหน่งการติดตั้งลำโพงสำหรับโรงภาพยนตร์ และโฮมเธียเตอร์
    
   มาตรฐานการบันทึกระบบเสียงโดยทั่วไปสำหรับ แหล่งโปรแกรมจำพวกเพลง (ส่วนใหญ่) รายการโทรทัศน์  ฯลฯ
   คือ 2 แชนเนล (Stereo) ส่วนภาพยนตร์ รวมไปถึงเกมคอนโซล ปัจจุบัน คือ 5.1 หรือสูงสุดไม่เกิน 7.1
   แชนเนล (ไม่นับระบบ 9.1 แชนเนล ที่เป็นการสร้างแชนเนลเสริมโดยใช้วิธีการสังเคราะห์ขึ้น) ดังนั้นถ้าเน้นรับชม
   แหล่งโปรแกรมระบบเสียงเซอร์ราวด์เป็นหลัก ก็ควรเลือกใช้ซิสเต็มที่รองรับระบบเสียงรอบทิศทาง ประเด็นนี้จะ
   เป็นแนว ทางในการกำหนดจัดหาอุปกรณ์ เช่น ข้อกำหนดของจำนวนแชนเนลของภาคขยาย และจำนวนลำโพงใน
   ระบบที่ต้องมี โดยให้สัมพันธ์กับสิ่งที่ต้องการรับฟัง
(ไม่จำเป็นต้องเผื่อไว้ให้เกินความจำเป็น) อีกประการที่มีความ
   สำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือ อุปกรณ์ดังกล่าวควรจะถ่ายทอดคุณภาพเสียงได้เต็มศักยภาพ เพื่อให้ได้อรรถรสสูงสุด
   ประเด็นนี้คงเลี่ยงเรื่องของระดับราคาไปไม่ได้ แต่ก็ขึ้นกับงบประมาณจะเอื้ออำนวย เน้นพอเพียง ก็ไม่เกินพอ ครับ
   
   หากตัดสินใจเลือกระบบเสียงรอบทิศทางแล้ว จะมีข้อกำหนดหนึ่งสำหรับอุปกรณ์ที่เพิ่มเติมเข้ามา กล่าวคือ การรับ
   ฟังระบบเสียงรอบทิศทางนั้น ลำพังแค่ภาคขยายมัลติแชนเนล และลำโพงรอบทิศทาง คงไม่อาจทำให้ระบบ
   สมบูรณ์ได้ ทั้งนี้ภาคขยาย และลำโพง ถือเป็นอุปกรณ์ที่อาศัยหลักการทำงานแบบอะนาล็อก ในขณะที่ระบบเสียง
   รอบทิศทางเป็นรูปแบบการเข้ารหัสโดยอาศัยหลักการทางดิจิ ทัล จึงจำเป็นต้องมี "ภาคถอดรหัสเสียงรอบทิศ
   ทาง" (Digital Surround Sound Processor/Decoder)
เพิ่มเข้ามา เพื่อรับหน้าที่แปลงเสียงมัลติแชนเนล (ที่
   เข้ารหัสทางดิจิทัล) ให้เป็นสัญญาณเสียงรอบทิศทางแบบอะนาล็อก ก่อนส่งผ่านไปยังภาคขยาย และลำโพง
   
    
   
    
   หมายเหตุ: บางครั้งจะ เห็นผู้ผลิตผนวกภาคถอดรหัสเสียงรอบทิศทางไว้ที่อุปกรณ์แหล่งโปรแกรมด้วยเช่น เดียว
   กัน ดังเช่นที่พบได้กับ BD/DVD Player บางรุ่นที่มี 5.1/7.1 Analog Audio Output ทั้งนี้เพื่อเป็นทางเลือกใน
   การเชื่อมต่อสัญญาณเสียงรอบทิศทาง กล่าวคือ แนวทางนี้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อสัญญาณเสียงรอบทิศทางจาก
   เพลเยอร์ ตรงไปยังภาคขยายมัลติแชนเนลโดยตรงได้ (จึงไม่มีความจำเป็นที่อุปกรณ์ภาคขยายนั้น จะต้องมีภาค
   ถอดรหัสเสียงรอบทิศทางอีก) แต่ผลลัพธ์ทางคุณภาพเสียงที่ได้ (โดยทั่วไป) มักจะด้อยกว่าแนวทางปกติ ที่ใช้
   ภาคถอดรหัสเสียงที่ตัวภาคขยาย (AV Receiver/Amplifier) อีกทั้งแนวทางนี้ยังลดทอนประเด็นความสะดวกใน
   แง่ของการเชื่อมต่อ (จำเป็นต้องใช้สายสัญญาณเสียงหลายเส้น - รายละเอียดทางมาตรฐานการเชื่อมต่ออุปกรณ์
   ในระบบโฮมเธียเตอร์ ผมจะทยอยกล่าวถึงอีกครั้งในโอกาสถัดไป)

   
    
   
    
   จากข้อมูลข้างต้น จึงเท่ากับต้องเพิ่ม อุปกรณ์ภาคถอดรหัสเสียงรอบทิศทาง เข้ามาในระบบ แต่ตรงนี้มิต้องวิตกว่า
   จะสร้างความวุ่นวาย หรือเพิ่มเติมงบประมาณจนกลายเป็นภาระ เพราะปัจจุบัน ผู้ผลิตพยายามทำให้การ "เข้าถึง"
   ระบบโฮมเธียเตอร์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ด้วยการรวมภาคถอดรหัสเสียงเซอร์ราวด์ และภาคขยายมัลติแชนเนล (พร้อม
   อรรถประโยชน์ปลีกย่อยอื่น ๆ ทางด้านภาพและเสียง ที่จำเป็นสำหรับการใช้งานระบบโฮมเธียเตอร์) เข้าไว้ด้วยกัน
   ภายในอุปกรณ์เพียงเครื่องเดียว ที่เรียกว่า AV Receiver (AVR) หรือ AV Amplifier* เพียง แค่จัดหาชุดลำโพง
   มาเข้าคู่ และหาแหล่งโปรแกรมมาเล่นด้วย ต่อภาพออกที่ทีวี หรือโปรเจ็กเตอร์ ก็จะได้ซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ที่
   สมบูรณ์ ตอบสนองการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    
   * หมายเหตุ: ตัวย่อ AVR นั้น AV มาจาก Audio/Video คือ เป็นอุปกรณ์ที่รองรับทั้งระบบภาพและเสียง เพราะ
   เป็นจุดศูนย์กลางการเชื่อมต่ออุปกรณ์ในระบบโฮมเธียเตอร์นั่นเอง ส่วน R มาจาก Receiver ในนัยถึงการผนวก
   รวมภาคจูนเนอร์ (รับสัญญาณวิทยุ AM/FM) เอาไว้ด้วย ความแตกต่างระหว่าง AV Receiver และ AV Amplifier
   จึงอยู่ที่การบรรจุรวมภาคจูนเนอร์เอาไว้หรือไม่ ซึ่งสามารถสรุปความแตกต่างได้ดังนี้
   
   AV Receiver = AM/FM Tuner + Surround Sound Processor/Decoder + Multi-channel Amplifier
   AV Amplifier = Surround Sound Processor/Decoder + Multi-channel Amplifier
   
   
   
   
    
   หรือไม่อาจจะเลือกอีกแนวทางหนึ่ง ที่ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการจัดหา ชุดโฮมเธียเตอร์แบบสำเร็จรูป (Home
   Theater in a box - HTiB)
ที่ ทางผู้ผลิตได้ทำการรวมอุปกรณ์แหล่งโปรแกรม เช่น บลูเรย์เพลเยอร์ กับภาคถอด
   รหัสเสียงเซอร์ราวด์ และภาคขยายมัลติแชนเนล พร้อมกับชุดลำโพงไว้ในแพ็คเกจเดียว เรียกว่า ซื้อครั้งเดียวมา
   ครบชุด ! เพียงเชื่อมต่อภาพเข้ากับทีวีก็จบ ใช้ได้เลย แต่หากพื้นที่จำกัด หรือไม่อยากวุ่นวายเดินสายลำโพงมาก
   มาย อาจเลือกรูปแบบ Sound Bar ที่นอกจากจะมีขนาดกะทัดรัดแล้ว รูปแบบการสร้างสนามเสียงโอบล้อมโดย
   ไม่ใช้ลำโพงเซอร์ราวด์หลายคู่ยังมีส่วน ช่วยลดขั้นตอนการติดตั้ง และลักษณะที่รกรุงรังไปได้มาก อย่างไรก็ดีหาก
   เทียบกันในแง่ของศักยภาพการใช้งาน ชุดลำโพงทางเลือกลักษณะนี้ อาจจะสู้ชุดแยกชิ้นไม่ได้ ทว่าถ้ามองเรื่อง
   ความสะดวกสัมพันธ์กับรูปแบบการใช้ชีวิตในปัจจุบันก็นับว่า น่าสนใจ... รายละเอียดของชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์
   ลักษณะต่าง ๆ รวมไปถึงข้อดี ข้อด้อย และแนวทางการเลือก ผมขอแยกไว้เป็นอีกตอนหนึ่งต่างหาก เนื่องจากมี
   รายละเอียดค่อนข้างมากครับ
     
   เกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาซิสเต็มโฮมเธีย เตอร์ ยังมีรายละเอียดอีกมาก ในส่วนของรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ ที่
   เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านการเลือกซื้อ และการใช้งาน สามารถติดตามต่อได้ จาก HDPLAYERTHAILAND
   
   by ชานม !
   2012-01

   
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Blue Theme by Nevikup